เทรนด์ก่อสร้าง-อสังหาฯในอีก5 ปี เคลื่อนสู่ยุค ‘BIM’ รับเทคโนโลยี 5 จีมาเยือน

นายกสมาคมฯ ชี้เทคโนโลยีระบบBIM งานก่อสร้างโมเดล 3 มิติ ลดต้นทุนความซ้ำซ้อนจากการปรับแก้ไขแบบที่มาจากหลายภาคส่วน พร้อมเพิ่มความโปร่งใสการตรวจสอบส่งมอบโครงการฯ

นายอมร พิมานมาศ ศาสตราจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย เปิดเผยในฐานะนายกสมาคมแบบจำลองสารสนเทศอาคาร  (TBIM:Thailand Building Information Modeling)ว่า การนำข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ  มาช่วยในการสร้างแบบ(โมเดล)พิมพ์เขียวโครงการก่อสร้าง 3 มิติ หรือ 'BIM'จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมโครงการก่อสร้างหรืออาคารประเภทต่างๆมากขึ้น และเห็นแนวโน้มชัดเจนขึ้นภายใน 5 ข้างหน้านี้ ทันทีที่เทคโนโลยี5จี เกิดขึ้นในประเทศไทย

สำหรับ BIM คือ กระบวนการทำงานร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น เจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบฝ่ายต่างๆ วิศวกรโครงการ วิศวกรระบบ สถาปนิก ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น โดยการใช้โมเดล 3 มิติ เป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมกัน ด้วยโมเดลดังกล่าวจะมีข้อมูลในแต่ละงานระบบย่อยบรรจุอยู่ และสามารถแบ่งปัน (Sharing)การเรียกดูข้อมูลระหว่างกัน ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์

โดย BIM มีจุดเด่นประกอบด้วย 1.ช่วยให้เจ้าของโครงการ (Owner) มองเห็นโมเดลการก่อสร้างและปรับแก้ไขได้แบบเสมือนจริง 2. ลดการปะทะ (Crash) ของโมเดลการออกแบบส่วนย่อยในโครงการ 3. ความสมบูรณ์ครบถ้วนของแม่แบบพิมพ์เขียว(Master Blue Print) โครงการในรูปแบบ3 มิติ จากเดิมอยู่ในรูปแบบ 2 มิติ ที่เห็นแม่แบบพิมพ์เขียวโครงการลักษณะลายเส้น

ด้านที่ 3. เข้ามาช่วยการถอดแบบเพื่อประเมินราคาโครงการแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น วัสดุก่อสร้าง 4.สามารถสร้างสถานการณ์จำลองการก่อสร้างโครงการได้เสมือนจริงในทุกช่วงดำเนินการ วิเคราะห์หาระยะเวลาในการก่อสร้างที่เหมาะสม

5. มีความคล่องตัวจากการเขื่อมต่อร่วมกับระบบโปรแกรมด้านการเงิน หรือ ระบบบริหารจัดการอื่นๆ เช่น SAP เป็นต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันมองเห็นเป็นภาพเดียวกัน และ6. แบบจำลองโมเดล 3 มิติดังกล่าวยังสามารถใส่ข้อมูลต่างๅ แทรกในแต่ละวัตถุ (Objects) เพื่อให้เจ้าของโครงการหรือผู้เกี่ยวข้อง เรียกดูคำอธิบายได้ เป็นต้น

ปัญหาที่ผ่านมา หากโครงการฯนั้นๆ มีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แม่แบบพิมพ์เขียวก็จะยิ่งมีความหลายหลาย และเมื่อมีการปรับแก้แบบแต่ละครั้ง ทั้งจากโอนเนอร์ หรือ ผู้เกี่ยวข้องเกิดขึ้นโดยที่แต่ละฝ่ายไม่ทราบ ก็อาจทำให้โครงการนั้นๆเกิดความผิดพลาด เสียหาย ล่าช้า หรือหากเลวร้ายที่สุด คือ การก่อสร้างโครงการไม่สำเร็จ เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องความโปร่งใสการก่อสร้างโครงการฯ กรณีที่มีการปรับแก้แบบ จุดใด จุดหนึ่ง โดยโอนเนอร์ สามารถเรียกดูข้อมูลจากผู้รับเหมาก่อสร้างที่เสนอราคาค่าปรับแบบหรือค่าดำเนินการได้อย่างละเอียด ได้ถูกต้องตามจริงด้วย” นายอมร กล่าว

ปัจจุบัน มีผู้พัฒนาโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยได้ นำเทคโนโลยีระบบ BIM เข้ามาใช้ในงานก่อสร้างแล้ว อาทิ สถานี โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีส้ม ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และโครงการ แอชตัน อโศก ของบริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ส่วนในภูมิภาคอาเซียน มีปสิงคโปร์ เป็นประเทศแรกๆที่นำ BIM มาใช้ในการพัฒนาโครงการก่อสร้าง เช่น โครงการสมาร์ท ซิตี